สมัครรับข่าวสารจาก Chai Tour


    มะละกา อิโปห์ ปีนัง

    มะละกา อิโปห์ ปีนัง

    เดินทาง : อาทิตย์ที่ 5 – พฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2566

    ค่าบริการ

    ท่านละ : 43,000.- บาท

    พักเดี่ยวเพิ่ม : 5,600.- บาท

    • มาเลเซีย อีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านที่มีความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม อาหารอร่อย พร้อมแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย
    • มะละกา เมืองที่มีเรื่องราวของประวัติศาสตร์ และงานสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์จนได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก
    • ปีนัง เมืองที่โดดเด่นไปด้วยอาคารเก่าสุดคลาสสิค สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส
    • อีโปห์ เมืองรองที่ไม่ธรรมดา โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม กลางหุบเขา และงานศิลป์เก่าแก่สุดคลาสสิค

    DAY 01 : อาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 กรุงเทพฯ – กัวลาลัมเปอร์ – มะละกา

    05.30 น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง เคาน์เตอร์สายการบินแอร์เอเชีย (อาคาร 1 ประตู 1) ***(กรุณานำพาสปอร์ตติดตัวไปด้วย) เจ้าหน้าที่ชัยทัวร์คอยต้อนรับ

    อาหารเช้าที่สนามบิน

    08.35 น. ออกเดินทางสู่รัฐกัวลาลัมเปอร์ โดยเที่ยวบินที่ AK 891 (น้ำหนักกระเป๋าโหลดได้ 20 กก. /ท่าน)

    11.50 น. ถึงสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชม.)

    รับสัมภาระเรียบร้อย เปลี่ยนพาหนะเป็นรถตู้ปรับอากาศ เดินทางสู่รัฐเนกรีเซมบีลัน 

    อาหารกลางวันที่…ห้องอาหาร

    ชม Alive 3D Art Gallery เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายภาพเสมือนจริง และชม Wu Gong San Temple Chinese ภายในวัดมีองค์เจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้าต่าง ๆ ให้สักการะตามอัธยาศัย

    จากนั้นเดินทางสู่ เมืองมะละกา เมืองมรดกโลกแห่งใหม่มีความสำคัญในฐานะเมืองเก่าแก่ คนมาเลเซียหลาย ๆ คนยกให้มะละกาเป็นต้นทางแห่งประวัติศาสตร์มาเลเซีย ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการค้าของโลกตะวันออกและตะวันตก ดินแดนแห่งนี้ผ่านการปกครองในยุคสมัยที่มีการล่าอาณานิคมจากทั้ง โปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ เรื่อยมาจนถึงญี่ปุ่นในช่วงเวลาสั้น ๆ และกลับมาอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษอีกครั้ง ก่อนที่มาเลเซียจะประกาศอิสรภาพ ในปี ค.ศ.1957

    อาหารค่ำแบบ Nyonya ที่ Ole Sayang Restaurant Melaka

    ที่พัก : Hatten Hotel มะละกา หรือ เทียบเท่า (พัก 2 คืน)

    DAY 02 : จันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2566 มะละกา

    อาหารเช้าที่โรงแรม

    ไหว้พระขอพรที่ วัดซำปอกง จากนั้นชม จัตุรัสดัตช์ หรือ จัตุรัสแดง ตั้งอยู่บนถนน Laksamana เป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวดัตช์ ในสมัยที่เข้ามาปกครองมลายู อาคารสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกอันสวยงามใจกลางจัตุรัสเป็นลานน้ำพุเก่าแก่แบบอังกฤษที่สร้างถวายแด่ราชินีวิคตอเรียในปี ค.ศ.1904 ใกล้ ๆ กัน เป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาที่ดูเด่นเป็นจุดถ่ายรูปที่น่าสนใจอีกมุมหนึ่งของเมืองนี้

    นั่งรถสามล้อ (คันละ 2 ท่าน) ชม  A’Famosa ป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่เชิงเขาเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าเขา St. Paul hill เป็นป้อมปืนที่โปรตุเกสสร้างขึ้นใน ค.ศ.1511 ปัจจุบันคงเหลืออยู่เพียงป้อมเดียว ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองมะละกา ขึ้นเขากันนิดบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์ปอล (St. Paul Church) สร้างขึ้นในราว ค.ศ.1753 ภายในเป็นสุสาน และด้านหน้าโบสถ์จะมีรูปปั้นนักบุญตั้งอยู่ของนักบุญ Francis Xavier

    โบสถ์เซนต์ปอล (St. Paul Church)

    อาหารกลางวันที่ … ห้องอาหาร

    จากนั้นชม พิพิธภัณฑ์เรือสมุทรศาสตร์ (Flora de la Mar Maritime Museum) เป็นเรือสำเภาจำลองโบราณลำใหญ่มองเห็นแต่ไกล ดูสวยมาก ภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เรือจำลองโบราณชนิดต่าง ๆ และรูปปั้นจำลองเล่าเรื่องประวัติศาสตร์การเดินเรือค้าขายไว้อย่างน่าสนใจ

    จากนั้น ล่องเรือชมความสวยงามสองฝั่งของลำคลองมะละกา พักดื่มเครื่องดื่มเย็นๆให้ชื่นใจก่อนชม พิพิธภัณฑ์ Baba-Nyonya ตั้งอยู่บริเวณไชน่าทาวน์ ด้วยรูปแบบอาคารทาวน์เฮาส์แบบจีนผสมยุโรปที่มีสีสันและลวดลายโดดเด่นสะดุดตา ภายในตกแต่งแบบคอร์ตยาร์ตข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ถ้วย ชาม เครื่องกระเบื้องเคลือบ รูปภาพ เครื่องบดยา เครื่องครัว ผ้าทอ และอื่น ๆ ล้วนเป็นของโบราณ รับฟังเรื่องราวจากเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเมืองมะละกาจากอดีตสู่ปัจจุบัน สัมผัสบรรยากาศย่านไชน่าทาวน์ที่ล้วนเต็มไปด้วยสีสัน ทั้งอาคารบ้านเรือน วัด มัสยิด รวมถึงวิถีชีวิตผู้คน

    ชม ถนนคนเดิน (Jonker Street)  ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Jalan Hang Jebat เป็นแหล่งสินค้าเก่าและของโบราณ ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันไปทั่วโลก มีร้านค้าต่าง ๆ จะเริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็นและจะเปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน

    อาหารค่ำที่ … ห้องอาหาร

    DAY 03 : อังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2566 มะละกา – อีโปห์

    อาหารเช้าที่โรงแรม

    อำลารัฐมะละกา นำเดินทางสู่ เมืองอิโปห์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเประ ประเทศมาเลเซีย

    อาหารกลางวันที่ … กัวลาลัมเปอร์

    เดินทางถึงเมืองอีโปห์ นำท่านชมบรรยากาศของเมืองเก่าสุดคลาสสิค อาคารสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ดูแล้วมีเสน่ห์ดึงดูดน่าสนใจมากเลย ฉะนั้นเรามาทำความรู้จักเมืองอิโปห์กัน!!

    Ipoh Railway Station เป็นสถานีรถไฟ KTM สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล (Colonial Style) สวยงามจนได้รับฉายาว่า ทัชมาฮาลแห่งอิโปห์ ออกแบบโดย Arthur Benison Hubback สถาปนิกชาวอังกฤษ

    Ipoh Town Hall ศาลาว่าการเมืองอิโปห์ แต่ในปัจจุบันเป็นสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานราชการ งานคอนเสิร์ต และงานแต่งงาน

    Birch Memorial Clock Tower เป็นหอนาฬิกาประจำเมืองอิโปห์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1909 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่  J. W. W. Birch ชาวอังกฤษคนแรกในรัฐเปรัก ผู้บุกเบิกอิโปห์

    ชม Perak Cave Temple (วัดถ้ำ) ศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมแบบจีน ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางภูเขาสามารถขึ้นไปชมวิวบนภูเขาได้ ภายในวัดมีรูปปั้นพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ และเทพเจ้ามากมายให้กราบไหว้สักการะ นอกจากนี้ยังภาพจิตรกรรมผนังถ้ำขนาดใหญ่ สร้างสรรค์โดยจิตรกรชาวจีนฮ่องกง จัดเป็นวัดที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างน่าสนใจ

    Perak Cave Temple (วัดถ้ำ)

    จากนั้นนำท่านไปละลายทรัพย์กันซักนิดหน่อยที่ Concubine Lane หรือ ถนนเมียน้อย เรื่องราวไว้ฟังจากเจ้าหน้าที่ไกด์ในวันเดินทางดีกว่านะคะ สำหรับปัจจุบัน Concubine Lane กลายเป็นถนนที่มีชื่อเสียงในเมืองอิโปห์ เป็นย่านฮิปสเตอร์ที่มีร้านขายของฝาก ร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่สุดเก๋ และภาพวาด Street Art ผลงานของศิลปินท้องถิ่น จุดเด่นของถนนสายนี้คือโคมไฟสีแดงเดินเที่ยวชมตามอัธยาศัย

    อาหารค่ำที่…ห้องอาหาร

    ที่พัก : Lost World Hotel อีโปห์

    DAY 04 : พุธที่ 8 พฤศจิกายน 2566 อีโปห์ – ไท่ปิง – ปีนัง

    อาหารเช้าที่โรงแรม

    เดินทางสู่เมืองไท่ปิง (Taiping) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐเปรัก บรรยากาศในเมืองรายล้อมด้วยธรรมชาติ และสิ่งปลูกสร้างในยุคเหมืองแร่

    ชม ทะเลสาบไท่ปิง (Taiping Lake Gardens) สวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศมาเลเซีย ที่ได้รับการปรับพื้นที่จากเหมืองแร่ขนาดใหญ่ในปี ค.ศ.1880 ให้กลายเป็นสวนสาธารณะที่มีทะเลสาบล้อมรอบสวยงามและร่มรื่น ไฮไลท์คือ ต้นจามจุรียักษ์ อายุมากกว่า 125 ปี ที่มีลำต้นขนาดหลายคนโอบ และกิ่งก้านคดโค้งปกคลุมถนนข้ามลงไปยังริมน้ำสวยงามอย่างมาก

    พิพิธภัณฑ์เปรัก (Perak Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งแรกของประเทศมาเลเซีย สถาปัตยกรรมนีโอ-คลาสสิกผสมวิกตอเรียน ส่วนภายในมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ เซรามิกหายาก และข้าวของเครื่องใช้อายุกว่า 100 ปีให้ชม

    อาหารกลางวันที่…ห้องอาหาร

    เดินทางสู่ เกาะปีนัง โดยข้ามสะพานปีนังที่มีความยาว 13.5 กม. และยาวเป็นอันดับ 6 ของโลก

    นำชม เก็กลกสี่ หรือ วัดเต่า รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ Temple of Supreme Bliss กล่าวกันว่าเป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งในวัดดังของเมืองปีนัง แต่เดิมเชื่อกันว่าเนินเขาในบริเวณนี้ (ชื่อ “ฮีซาน” หรือเนินเขานกกระเรียน) มีฮวงจุ้ยดีเหมาะกับการสร้างวัดสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในวัดแห่งนี้ ได้แก่ เจดีย์สมเด็จพระรามหก รูปหล่อองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ พระพุทธรูปสำริดและพระพุทธรูปศิลาขาว ฯลฯ

    เก็กลกสี่ หรือ วัดเต่า

    จากนั้นนำท่านเดินทางขึ้นสู่ ปีนังฮิลล์ โดยรถรางไฟฟ้าเพลิดเพลินตากับทิวทัศน์และต้นไม้นานาชนิด เมื่อขึ้นถึงด้านบนสุด ด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากกว่า 800 เมตร สามารถเห็นทิวทัศน์เมืองปีนังได้สุดสายตา

    อาหารค่ำที่ … ห้องอาหาร

    ที่พัก : Royale Chulan Hotel Penang หรือ เทียบเท่า

    DAY 05 : พฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ปีนัง – กรุงเทพฯ

    อาหารเช้าที่โรงแรม

    ชมนั่งรถสามล้อชม ศิลปะภาพวาดฝาผนังปีนัง (Penang Street Art) บนถนนสายต่าง ๆ ของจอร์จทาวน์

    ชม พิพิธภัณฑ์เปรานากัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคหบดีชาวปีนังเชื้อสายจีนมาเลย์ ภายในประกอบด้วยข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ประวัติความเป็นมาของชาวเปรานากัน ตัวอาคารตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอาคารได้สวยงามวิจิตรบรรจงมาก รูปแบบอาคารโล่งโปร่งสบาย พื้นตกแต่งด้วยกระเบื้องลวดลายสวยงาม เป็นอาคารที่ใส่ใจในการอนุรักษ์ให้ลูกหลานได้ชื่นชมกันนาน ๆ

    อาหารกลางวันที่ … ห้องอาหาร

    จากนั้นนำท่านเลือกซื้อของฝากอาทิ ช็อคโกแล็ต เครื่องเทศ กาแฟ ขนมเปี๊ยะ เป็นต้น

    สมควรแก่เวลา เดินทางสู่สนามบินนานาชาติปีนัง ตรวจเช็คสัมภาระก่อนทำการเช็คอิน

    16.45 น. เดินทางโดยเที่ยวบินที่ FD 322

    17.35 น. ถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ (เวลาประเทศไทย)

    รับสัมภาระตรวจเช็คให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนเดินทางกลับบ้าน

    หมายเหตุ : กำหนดการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุการณ์และความเหมาะสม

    อัตรานี้รวม

    1. ตั๋วเครื่องบิน AK กรุงเทพฯ(ดอนเมือง) – กัวลาลัมเปอร์และ FD ปีนัง – กรุงเทพฯ(ดอนเมือง)
    2. รถตู้ปรับอากาศ ( 4 – 5 ท่าน / 1 ตู้)
    3. ที่พักตามรายการ (พักห้องละ 2 ท่าน)
    4. อาหารจัดเลี้ยง พร้อมอาหารว่าง เครื่องดื่มและผลไม้
    5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
    6. ทุนประกันอุบัติเหตุ ในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท วงเงินค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ ท่านละ 500,000 บาท      
    7. มัคคุเทศก์ท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่จากชัยทัวร์

    อัตรานี้ไม่รวม

    1. ค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือจากรายการ
    2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่ามินิบาร์, ค่าซักรีด

    ยืนยันการเดินทาง

    ชำระมัดจำท่านละ 20,000 บาท พร้อมส่งสำเนา หน้าพาสปอร์ต(ต้องมีอายุมากกว่า 6 เดือน)

    ฝ่ายขาย : โทร. 0 2212 8431 ต่อ 148 (อิ๊ด) • 143 (โบลิ่ง) • 144 (จูน) Line ID : 0819185118