สมัครรับข่าวสารจาก Chai Tour


    แสงเหนือ, นอร์เวย์

    แสงเหนือ เซนญา โลโฟเทน

    เดินทาง : 27 มี.ค. – 4 เม.ย. 67 (9 วัน)

    ค่าบริการ

    ผู้ใหญ่ 12 ท่าน : 178,000.- บาท

    พักเดี่ยวเพิ่ม : 39,000.- บาท

    หมู่เกาะโลโฟเทนและเกาะเซนญา เป็นหนึ่งในดินแดนที่ชาวไวกิ้งอาศัยอยู่ในอดีต และเป็นแหล่งประมงสำคัญของนอร์เวย์ จุดเด่นของหมู่เกาะแห่งนี้คือผืนน้ำ ผืนฟ้า ภูเขาสูงสลับซับซ้อนสุดแสนสวยงาม และเมืองที่เงียบสงบอิงแอบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศงดงามชวนฝัน พร้อมทั้งชม แสงเหนือ (Northern Light) ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติสุดอลังการและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

    Day 01 : พุธที่ 27 มีนาคม 2567 กรุงเทพฯ

    21.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินไทย (Business Row A / Economy Row H/J) เจ้าหน้าที่ชัยทัวร์คอยอำนวยความสะดวก

    23.40 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ TG 920 (12.15 ชม.)

    Day 02 : พฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2567 แฟรงค์เฟิร์ท – ทรอมโซ

    05.55 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ท ผ่านพิธีการตรวจตนเข้าเมือง พักเปลี่ยนอิริยาบถและเปลี่ยนเครื่อง

    10.10 น. ออกเดินทางโดยสายการบินลุฟธันซา เที่ยวบินที่ LH 870 (3.30 ชม.)

    13.40 น. ถึงสนามบินเมืองทรอมโซ (Tromso) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตอาร์กติกเซอร์เคิลอีกด้วย ผ่านด่านศุลกากร

    ชมพิพิธภัณฑ์ขั้วโลก (Polar Museum) อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในอาคารไม้สีแดง มีลักษณะคล้ายๆ กับโกดังเก็บของตั้งอยู่บนท่าเทียบเรือ เป็นอีกหนึ่งอาคารแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ 1830 ภายในมี การจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาค การสำรวจขั้วโลก รวมไปถึงพื้นที่ในแถบอาร์กติก นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับการล่าสัตว์ในเขตอาร์กติก ซึ่งได้แก่ หมีขั้วโลก และสิงโตทะเล

    จากนั้นนำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์ทรอมโซ (Fjellheisen) ชมวิวของเมืองแบบ 360 องศา ซึ่งพลาดไม่ได้เลยเมื่อมาถึงทรอมโซ จุดชมวิวเมืองยอดเขาสโตรสไตเนิน (Storsteinen Mountain) ที่สูง 1,380 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจของเมืองทรอมโซจากมุมสูง

    จุดชมวิวเมืองยอดเขาสโตรสไตเนิน

    ที่สูง 1,380 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล เป็นยอดเขาสูงที่มีจุดชมวิวที่สามารถ มองเห็นเมืองทรอมโซและบริเวณใกล้เคียง ที่มีลักษณะเป็นเกาะใหญ่แยกจากกัน โดยมีร่องน้ำซึ่งเกิดจากการกัดเซาะตั้งแต่ยุคน้ำแข็งกลายเป็นฟยอร์ดอยู่โดยรอบ

    อาหารค่ำที่ภัตตาคาร Fiskekompaniet

    ที่พัก RADISSON BLU HOTEL TROMSO (4*) หรือเทียบเท่า

    Day 03 : ศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 ทรอมโซ – เซนญา

    อาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านเดินทางสู่ เกาะเซนญา (Senja Island) ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของนอร์เวย์ ด้วยเรือเฟอร์รี่

    08.45 น. นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากจากท่าเรือเบรนส์โฮลเมน (Brensholmen)

    09.30 น. ถึงท่าเรือโบทน์แฮนม์ (Botnhanm)

    มุ่งสู่ จุดชมวิวเมฟยอร์ดโบทน์ (Mefjordbotn) ของเส้นทางธรรมชาติอันรายล้อมไปด้วยขุนเขา กับฟยอร์ด เดินทางต่อไป ตุงเกอเนสเซท (Tungeneset) อีกหนึ่งจุดชมวิวที่เป็นทางเดินเรียบชายทะเลพร้อมวิวของเทือกเขาโอคชอร์นัน (Okshornan)

    อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

    หลังอาหาร นำท่านสู่ เบิร์กโบทน์ (Bergsbotn) จุดชมวิวที่เป็นสะพานไม้ยาว 44 เมตร รายล้อมด้วยขุนเขาและสามารถชมวิวของเบิร์กฟยอร์ด (Bergsfjord) ที่อยู่เบื้องล่างแบบพาโนรามา จากนั้นแวะชม หมู่บ้านชาวประมงกริลล์ฟยอร์ด (Gryllefjord Fishing Village) ซึ่งมีประชากรอยู่ราว ๆ 400 คน ให้ท่านได้เดินเล่นชมบ้านเรือนและความสวยงามของพื้นที่เรียบชายฝั่งทะเลและฟยอร์ด

    เดินทางต่อสู่ อ่าวแฮมน์ไอเซนญา (Hamn I Senja) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะเซนญาและเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือนเพื่อชมความงามของธรรมชาติและแสงเหนือ

    อาหารค่ำที่โรงแรม

    เกาะเซนญา

    เกาะแห่งความสวยงามตระการตรา กับบรรยากาศธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทัศนียภาพของฟยอร์ดและเทือกเขาที่สวยงาม ซึ่งเกาะเซนญานี้เองมักถูกเรียกว่า “ลิตเติลนอร์เวย์” เนื่องจากมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของนอร์เวย์

    20.00 น. เปิดประสบการณ์ชมแสงเหนือซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเฉพาะดินแดนที่อยู่เหนือเส้น อาร์คติกเซอร์เคิล หรือในเขตขั้วโลกเหนือ โดยให้ท่านจิบเครื่องดื่มอุ่น ๆ อยู่ในอาคารที่สามารถมองเห็นวิวโดยรอบแบบ 360 องศา (Northern Lights Night in the Lighthouse) อันเป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

    ที่พัก HAMN I SENJA (4*) หรือเทียบเท่า

    Northern Lights

    แสงเหนือ หรือ ออโรร่า เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีแสงเรืองบนท้องฟ้าในเวลากลางคืน โดยมักจะขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก โดยบางครั้งจะเรียกว่า แสงเหนือ หรือ แสงใต้ ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดปรากฏการออโรราเป็นตัวอย่างปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่น่าทึงที่สุดที่เกิดขึ้นในอวกาศที่ใกล้ พื้นโลก มันอาจปรากฏจากสิ่งจาง ๆ เป็นวงนิ่ง แล้วระเบิดออกมาเป็นสีต่าง ๆ

    Day 04 : เสาร์ที่ 30 มีนาคม 2567 เซนญา – เอเวเนส – สโววาร์

    อาหารเช้าที่โรงแรม

    เดินทางลัดเลาะไปตามเส้นทางธรรมชาติที่ทอดตัวขนานไปกับเทือกเขา และฟยอร์ดอันยาวเหยียดให้ท่านได้บันทึกภาพวิวทิวทัศน์สุดอลังการของนอร์เวย์ในแบบที่ท่านไม่เคยเห็นมาก่อน เดินทางสู่ หมู่บ้านเอเวเนส (Evenes) (220 กม. / 4 ชม.) หมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางเหนือของ Ofotfjorden

    อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

    เดินทางต่อสู่ เมืองสโววาร์ (Svovaer) (168 กม. / 3 ชม.) เมืองหลวงของหมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten) และเป็นชุมทางสำคัญสำหรับทั้งภูมิภาค

    นำชม คาเบลวัก (Kabelvag) หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ บนเกาะแอสวาโกญา อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์วาแกน (Vagan Church or Lofoten Cathedral) โบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดบนหมู่เกาะโลโฟเทน จากนั้นนำท่านสัมผัสประสบการแบบขั้วโลกเหนือใน Magic Ice Lofoten

    อาหารค่ำที่ภัตตาคารจีน Nihao

    ที่พัก THON HOTEL SVOVAER (4*) หรือเทียบเท่า

    Magic Ice Lofoten

    บาร์น้ำแข็งที่ควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ –5 องศาตลอดทั้งปี โดยผู้เข้าชมจะได้รับแจกเสื้อหนาวอย่างหนาสำหรับเดินชมประติมากรรมภายใน พร้อมด้วย Welcome Drink ที่เสิร์ฟมาในแก้วที่ทำจากน้ำแข็ง

    Day 05 : อาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2567 สโววาร์ – เฮนนิงสวาร์ – แฮมนอย

    อาหารเช้าที่โรงแรม

    เดินทางสู่ หมู่บ้านชาวประมงเฮนนิงสวาร์ (Henningsvaer Fishing Village) เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากันมาแวะเวียน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (Rorbuer) ตั้งอยู่ริมทะเล มีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย ให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

    เดินทางสู่ หมู่บ้านนุสฟยอร์ด (Nusfjord) เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่มีชื่อเดียวกับฟยอร์ด อันงดงาม เพียงแค่ได้เดินเที่ยวชมหมู่บ้านแห่งนี้ก็คุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนแล้ว

    หมู่บ้านนุสฟยอร์ด

    เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่มีชื่อเดียวกับฟยอร์ด ท่านจะได้เห็นบ้านเรือนสีแดงที่เรียกว่า Rorbuer อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น พบเห็นได้มากมายตามชายฝั่งทะเลของหมู่เกาะโลโฟเทน นอกจากนี้จะเห็นปลาค็อดตากแห้งเรียงรายอยู่หน้าบ้านเช่นเดียวกับหมู่บ้านประมงอื่นๆ ที่น่าสนใจคือมีมุมสวยๆ ให้บันทึกภาพมากมาย โดยเฉพาะจุดชมวิวมุมสูงที่มองเห็นทั้งหมู่บ้านได้ชัดเจน

    อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

    นำท่านลัดเลาะไปตามริมชายฝั่งทะเลจนถึง หมู่บ้านแฮมนอย (Hamnoy) ถือเป็นจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของหมู่เกาะโลโฟเทน ด้วยทิวทัศน์ของทะเลและภูเขาเป็นฉากหลังที่สวยงาม

    อาหารค่ำที่โรงแรม

    ที่พัก ELIASSEN RORBUER (4*) หรือเทียบเท่า (พัก 2 คืน) ตั้งอยู่ริม Fjord และล้อมรอบด้วยเทือกเขา Lofoten Mountains ให้บริการห้องพักและค็อทเทจชาวประมงแบบดั้งเดิม (Fisherman cabin)

    Day 06 : จันทร์ที่ 1 เมษายน 2567 สโววาร์ – หมู่บ้านไรเน – หมู่บ้านออ

    อาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านสู่ หมู่บ้านออ (Å Village) ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่แลเห็นโดดเด่นแต่ไกลด้วยสีสันของบ้านเรือนที่ดูสดใส เมื่อเข้าไปถึงจะเห็นราวตากปลาอยู่ทั่วไปตอกย้ำความเป็นหมู่บ้านชาวประมงขนานแท้ นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นหรือปลายทางของการท่องเที่ยวบนหมู่เกาะโลโฟเทน เพราะทางหลวง E10 สายหลักของเกาะเริ่มต้นหรือสิ้นสุดที่หมู่บ้านนี้ นำชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมงนอร์เวย์ (Norwegian Fishing Village Museum) สถานที่จำลองความเป็นอยู่อาศัยของชาวประมง

    อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

    จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านไรเน (Reine)

    หมู่บ้านไรเน

    หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ เป็นส่วนหนึ่งของ หมู่เกาะโลโฟเทน ในมณฑลนูร์ลันด์ อาณาเขตของหมู่บ้านตั้งอยู่เหนือ เส้นอาร์คติกเซอร์เคิลบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ ล้อมรอบด้วยฟยอร์ดและเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี และถึงแม้จะอยู่เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล แต่ภูมิอากาศของหมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่ได้หนาวจัดเหมือนที่อื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีภูมิทัศน์ของธรรมชาติอันสวยงาม โดยมีฉากหลังเป็นทิวเขาไรเนบรินเกน (Reinebringen) ยอดเขาสูง 448 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลตัดกับพื้นน้ำของทะเลนอร์เวย์ และภาพของหมู่บ้านนี้ยังปรากฏตามโปสการ์ดของหมู่เกาะ โลโฟเทน ระดับความฮอตของไรเนพุ่งขึ้นอีกเมื่อมีแม็กกาซีนชั้นนำในนอร์เวย์ยกให้เป็นมุมที่ดีที่สุดในการชมวิวของโลโฟเทน

    พิเศษ…ให้ท่านได้ ล่องเรือ RIB boat – Reine fjord Sightseeing ชมความงามของไรเนฟยอร์ด

    RIB Boat

    RIB Boat หรือ เรือยางท้องแข็ง เป็นเรือยางที่ออกแบบให้มีความคงทนต่อแรงกระแทกและเสียดสีเพื่อใช้งานได้ทุกสภาพของทะเล เหมาะสำหรับเป็นเรือตรวจการณ์ค้นหาและช่วยชีวิต อีกทั้งยังมีการนำมาใช้สำหรับการท่องเที่ยวอีกด้วย

    อาหารค่ำที่ภัตตาคาร

    Day 07 : อังคารที่ 2 เมษายน 2567 ไรเน – มอสคีเนส – โบโด – ออสโล

    อาหารเช้า Box Breakfast

    นำท่านสู่ท่าเรือเกาะมอสคีเนส (Moskenes)

    07.00 น. ขึ้นเรือเฟอร์รีข้ามฝั่งไปยังท่าเรือโบโด

    10.15 น. ถึงท่าเรือโบโด (Bodo) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์

    นำท่านเข้าชม มหาวิหารประจำเมืองโบโด (Bodo Cathedral หรือ Bodo Domkirke) สร้างขึ้นในช่วง ปี ค.ศ.1956 เป็นมหาวิหารที่ค่อนข้างมีความทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองโบโด สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดก็คงจะเป็นหอระฆังที่มีความสูงถึง 36 เมตร และการประดับประดาหน้าต่างที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้เก็บภาพและเดินเที่ยวภายในเมืองโบโด

    อาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

    นำท่านสู่สนามบินโบโด

    14.55 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน SK 4113 (1.25 ชม.)

    16.20 น. ถึงสนามบินกรุงออสโล นำท่านเข้าที่พัก

    อาหารค่ำที่โรงแรม

    ที่พัก RADISSON BLU OSLO AIRPORT (4*) หรือเทียบเท่า

    Day 08 : พุธที่ 3 เมษายน 2567 ออสโล – โคเปนเฮเกน – กรุงเทพฯ

    อาหารเช้าที่โรงแรม

    นำท่านสู่สนามบินออสโล

    09.55 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน SK 1455 (1.10 ชม.)

    11.05 น. ถึงสนามบินกรุงโคเปนเฮเกน พักเปลี่ยนอิริยาบถและเปลี่ยนเครื่อง

    14.25 น. ออกเดินทางโดยเที่ยวบิน TG 951 (10.35 ชม.)

    Day 09 : พฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2567 กรุงเทพฯ

    06.00 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

    หมายเหตุ กำหนดการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้างตามเหตุการณ์และความเหมาะสม

    อัตราค่าบริการ (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ)

    • ผู้ใหญ่ 12 ท่าน : 178,000.- บาท
    • พักเดี่ยวเพิ่ม : 39,000.- บาท

    รายละเอียดตั๋วเครื่องบินที่ต้องดำเนินการจองต่างหาก

    27 มี.ค. 67 : BKK – FRA TG 920 23.45 – 05.55+1
    28 มี.ค. 67 : FRA – TOS LH 870 10.10 – 13.40
    03 เม.ย. 67 : OSL – CPH SK 1455 09.55 – 11.05
    03 เม.ย. 67 : CPH – BKK TG 951 14.25 – 06.00+1
    ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจร เริ่มต้นที่ 78,000.- บาท
    ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ เริ่มต้นที่ 182,000.- บาท

    ชั้นทัศนาจร เริ่มต้นที่ 31,000.- บาท / ชั้นธุรกิจ เริ่มต้นที่ 55,000.- บาท

    *** หมายเหตุ :

    • ราคาตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรและชั้นธุรกิจเป็นราคาเริ่มต้น ราคาอาจเปลี่ยนแปลง ณ วันที่จอง
    • การสะสมไมล์และน้ำหนักกระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่องจะขึ้นอยู่กับราคาตั๋ว

    อัตรานี้รวม

    1. ที่พักตามรายการ (พักห้องละ 2 ท่าน)        
    2. อาหารจัดเลี้ยงตามรายการ
    3. ค่าธรรมเนียมวีซ่า
    4. นำเที่ยวโดยรถบัสปรับอากาศ ขนาด 40 ที่นั่ง พร้อมค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ 
    5. ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ชั้นทัศนาจร เส้นทางโบโด-ออสโล วันที่ 2 เม.ย. 67 (SK 4113)
    6. ประกันอุบัติเหตุการเดินทางในวงเงินท่านละ 2,000,000 บาท  
    7. มัคคุเทศก์จากชัยทัวร์ดูแลท่านตลอดการเดินทาง
    8. ค่าทิปพนักงานขับรถและมัคคุเทศก์

    อัตรานี้ไม่รวม

    • ค่าหนังสือเดินทาง
    • ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินไทย (TG) และสายการบินลุฟธันซา (LH)  และสายการบินสแกนดิเนเวียน (SK) 
    • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ อาทิ  ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มพิเศษ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ

    ติดต่อ : ซัง / ไปร์ท โทร. 0 2212 8431 ต่อ 123, 124

    จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 น. – 17.30 น.
    Line ID: @chaitour / www.chaitour.co.th